สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ

มุ่งเน้นการทำงานเพื่อลดความแตกต่างด้านการเข้าถึงสิทธิและโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาวะและไม่ถูกเลือกปฏิบัติจากความแตกต่างของลักษณะประชากรด้วยการพัฒนาและจัดการข้อมูล องค์ความรู้ เครือข่ายวิชาการ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน และพัฒนากลไกการทำงานเพื่อลดความไม่เป็นธรรมทางสังคม ที่เป็นปัจจัยนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมทางสุขภาพในประชากรกลุ่มเฉพาะรวมถึงการส่งเสริมกลไกการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต

การทำงานของภาคีเครือข่าย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนจากวิสัยทัศน์ในการทำงานของ สสส. “ทุกคนบนแผ่นดินไทย มีขาดความสามารถ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ” สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ จึงได้พัฒนากรอบการดำเนินงานให้ครอบคลุมการดูแลสุขภาวะของทุกคนในประเทศไทยเพื่อให้บรรลุและไปถึงวิสัยทัศน์ที่ สสส. ได้ตั้งไว้ โดยได้วิเคราะห์ปัญหาทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ ซึ่งมีเหตุปัจจัยเสริมอันเนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมหรือที่เรียกกันว่า ปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ เช่น สุขภาพ เพศ ศาสนา ความเชื่อ เชื้อชาติ สัญชาติ การศึกษา การทำงาน รายได้ และการรวมกลุ่ม ส่งผลให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงหรือเข้าถึงได้ยาก จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาแนวทาง และวิธีการพิเศษในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ

ประชากรกลุ่มเฉพาะ ได้แก่ ประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบางมีความเสี่ยงหรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาวะ

สถิติประชากรกลุ่มเฉพาะ

คนพิการ

ผู้สูงอายุ

แรงงานในระบบ

แรงงานนอกระบบ

ผู้หญิง

ผู้ต้องขังหญิง

ประชากรข้ามชาติ

ผู้มีปัญหาสถานะบุคคล

มุสลิม

คนไร้บ้าน

1.8 ล้าน

10.9 ล้าน

17 ล้าน

21.3 ล้าน

33.3 ล้าน

4 หมื่น

4 ล้าน

7 แสน

3.43 ล้าน

3 พัน

รู้จัก สสส.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกองทุน จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีหน้าที่ริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น สนับสนุน และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังคม ในการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีครบ 4 ด้าน กาย จิต ปัญญา สังคม และร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่

วิสัยทัศน์

“ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีขีดความสามารถ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อสุขภาวะ”

พันธกิจ

“จุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลังบุคคลและองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีขีดความสามารถและสร้างสรรค์ระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ”

สนใจเข้าร่วมโครงการแผนส่งเสริมสุขภาวะกลุ่มเฉพาะ

มัลติมีเดีย

แผนส่งเสริมสุขภาวะกลุ่มเฉพาะ

เสียงตอบรับจากผู้ที่ได้รับการสนับสนุน

ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะเมื่อก่อนผมเคยมีรายได้ เคยเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว แต่ผมมาพิการ ( เส้นเลือดในสมองแตก ) ผมหมดหวัง ลูกจะเรียน หนังสือผมก็ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาจ่าย พอรู้ว่าผมจะได้ทำงาน ได้มีเงินเดือนผมพยายาม ฝึกฝนร่างกายทุกอย่าง จากเดินไม่ได้เลยผมก็มาทำกายภาพตามหมอนัด กลับบ้านผม ก็ฝึกเดินบนกองทรายหน้าบ้าน มีล้มบ้างแต่ไม่เจ็บมาก ผมฝึกเดินอยู่อย่างนั้น เดินล้ม เดินล้ม จนผมเริ่มเดินได้… พอได้ทำงานผมรู้สึกมีคุณค่ามากคนพิการมักจะท้อเครียด ผมก็ให้กำลังใจเขา และผมเอาตัวผมเป็นตัวอย่างให้เขา แต่ผมมาถึงวันนี้ได้ก็ต้องสู้ต้อง พยายาม
นายเสน่ห์ เตชะ

นายเสน่ห์ เตชะ

ผู้ได้รับการจ้างงานตามมาตรา 35 โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา

“หนูไม่เคยรู้สึกดีกับตัวเองอย่างนี้มาก่อน หนูได้รับความทุกข์ทรมานจาก การรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย การต้องเข้ามาติดคุก ได้ทำลายจิตวิญญาณของหนู หนูอยู่ ในเรือนจำมา 7 ปีแล้ว การไม่มีอิสรภาพมาเป็นเวลานาน ได้ทำให้ความรู้สึกดีๆ ของหนู หายไป ความกลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมเมื่อหนูพ้นโทษ เป็นความวิตกกังวลที่มี อยู่ตลอดเวลา โยคะทำให้หนูรู้สึกดีขึ้น เมื่อก่อนหนูจะรู้สึกไม่สบายและมีความทุกข์จาก โรคภัยไข้เจ็บ เดี๋ยวนี้ทุกอย่างดีขึ้น แม้ต้องอยู่ในเรือนจำ หนูก็ยังมีความรู้สึกที่ดีและ ผ่อนคลาย จิตใจหนูมีความสงบ”
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

อดีตนักโทษหญิง

มีอยู่วันหนึ่งผมถามว่า “พ่อเฒ่าๆ พ่อเฒ่ามีบัตรไหม?” “มีก่าครู…” พ่อเฒ่าตอบด้วยเสียงแหบแห้ง พร้อมกับแกะสายเชือกที่มัดไว้ตรงเอว “เอ้า! พ่อเฒ่าเก็บบัตรไว้ตรงนั้นหรือ?” “เอ้อ…เฮาเก็บไว้ตรงนี้ กลัวหาย” พ่อเฒ่าตอบพลางแกะถุงผ้าที่มัดด้วยเชือกที่ห่อไว้หลายชั้น “เฮากลัวเปียกน้ำนะครู” พ่อเฒ่าเล่าต่ออย่างภูมิใจว่าเดือนที่แล้วชาวบ้านไปทำบัตรที่อำเภอ “เฮาก็ไปที่อำเภอ รับรอง (การเกิด)ให้ทุกคนเลยครู ก็เฮาเห็นลูกหลานชาวบ้านที่นี่เกิดทุกคนเลย ชาวบ้านได้ถ่ายบัตรหมดแล้ว ตอนนี้ได้รับสีเหลือง อีกไม่นานก็ได้บัตรจริงเฮาดีใจที่ชาวบ้านจะได้บัตรนะครู” ผมถามว่าพ่อเฒ่าจะเอาบัตรไปทำไมแก่แล้ว พ่อเฒ่าตอบว่า “เอาซิครู เฮาอยู่ประเทศไทยเฮาเป็นคนไทยและเฮาก้อฮักในหลวงของเฮานะครู เพราะในหลวง เฮาถึงได้อยู่ประเทศไทยและอยู่อย่างสบายจนถึงทุกวันนี้”
คุณ สุพจน์ หลี่จา

คุณ สุพจน์ หลี่จา

เล่าถึง พ่อเฒ่าชาวลาหู่

“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีบ้านกับเขา ตอนแรกหนูก็ไม่อยากมีหรอก สองคน ผัวเมียไม่มีใคร ลูกก็ไม่มี แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าถ้าใครมาอยู่ในศูนย์พักเครือข่ายคนไร้บ้าน ต้องออมเพื่อบ้าน…เอาแค่นี้พอแค่สองคนมีกำลังแค่นี้ ไม่ต้องติดหนี้สินเยอะ”
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

อดีตคนไร้บ้าน

“พ่อแม่หนูเป็นคนไร้บ้าน บ้านหนูคือศูนย์พักฯ ยังไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไงเลย จะเรียนให้ได้วุฒิจะได้ไปสมัครงานดีๆ อยากเก็บตังค์ทำตามความฝันให้ได้ตอนนี้ก็ ช่วยงานของเครือข่ายคนไร้บ้าน ขายเบเกอรี่ทำเองขายเอง เหนื่อยแต่สนุก”
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

อดีตคนไร้บ้าน

7

ประชากรกลุ่มเฉพาะ

28

มัลติมีเดีย

91

งานวิชาการ

5

ฐานข้อมูล

ผู้สนับสนุน

เว็บไซต์ของกลุ่มเครือข่าย

1953total visits,1visits today